เวอร์ชันเต็ม: [-- แนวข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน​แห่งชาติ 2555 --]

ศูนย์ข้อสอบไทย ข้อสอบตำรวจ ข้อสอบครู แนวข้อสอบ ราชการ ก.พ. อบต. ครู ตำรวจ ธนาคาร ธกส. รัฐวิสาหกิจต่างๆ -> ขอข้อสอบ-แจกข้อสอบ-สอบถามแนวข้อสอบที่กำลังเปิดสอบ -> แนวข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน​แห่งชาติ 2555 [สั่งพิมพ์] เข้าสู่ระบบ -> ลงทะเบียน -> ตอบกลับ -> ตั้งกระทู้

admin 2011-08-03 09:15

แนวข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน​แห่งชาติ 2555

เปิดสอบสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  รวม 9 ตำแหน่ง 20 อัตรา ปี 2555

ประกาศ เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไปของสำนักคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ รวม 9 ตำแหน่ง 20 อัตรา ปี 2555<รับออนไลน์>(บัดนี้-23 มี.ค.55)


แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน  พ.ศ. ๒๕๔๒ 

1. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีชื่อภาษาอังกฤษว่าอย่างไร 

ก. Office of the National Human Rights Commission of Thailand

ข. Office of the National Humen Right Commission of Thailand

ค. Offices of the National Humen Right Commission of Thailand

ง. Offices of the National Human Rights Commision of Thailand

ตอบ ก. Office of the National Human Rights Commission of Thailand 

2. พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกาศให้ไว้ ณ วันที่เท่าใด 

ก. วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒ ข. วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ 

ค. วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ ง. วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ 

ตอบ ค. วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ 

3. พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ให้ไว้เป็นปีที่เท่าใดในรัชกาลปัจจุบัน 

ก. ปีที่ ๕๑ ข. ปีที่ ๕๒ 

ค. ปีที่ ๕๓ ง. ปีที่ ๕๔ 

ตอบ ง. ปีที่ ๕๔ 

 ภูมิพลอดุยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นปีที่ ๕๔ ในรัชกาลปัจจุบัน 

4. พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีผลบังคับใช้เมื่อใด 

ก. ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาทันที 

ข. ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 

ค. ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาหนึ่งสัปดาห์เป็นต้นไป 

ง. ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาหนึ่งเดือนเป็นต้นไป 

ตอบ ข. ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 

 มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

5. สิทธิมนุษยชน หมายความว่าอย่างไร 

ก. ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค 

ข. ศักดิ์ศรีความเป็นประชาชน สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค 

ค. ศักดิ์ศรีความเป็นประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค 

ง. ศักดิ์ศรีความเป็น 

ตอบ ก. ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค 

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

สิทธิมนุษยชน หมายความว่า  ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญาที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม

คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

ประธานกรรมการ หมายความว่า ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

กรรมการ หมายความว่า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 

6. บุคคลใดในพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีอำนาจในการออกระเบียบหรือประกาศ 

ก. กรรมการ ข. ประธานกรรมการ 

ค. คณะกรรมการ ง. สำนักงานคณะกรรมสิทธิ์มนุษยชน 

ตอบ ข. ประธานกรรมการ 

มาตรา ๔ ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบหรือประกาศโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ 

ระเบียบและประกาศตามวรรคหนึ่งที่มีผลเป็นการทั่วไป เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ 

7. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคณะหนึ่งของชุดแรก ประกอบด้วยกรรมการกี่คน 

ก. สิบคน ข. เก้าคน 

ค. แปดคน ง. เจ็ดคน 

ตอบ ก. สิบคน 

มาตรา ๕ ให้มีให้มีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกสิบคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชาย และผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนด้วย 

ให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ 

8. ผู้ที่เป็นประธานกรรมการจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด 

ก. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ข. มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ 

ค. ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งของพรรคการเมือง ง. ถูกทุกข้อ 

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ 

 มาตรา ๖ ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ 

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด 

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ 

(๓) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 

(๔) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งของพรรคการเมือง 

(๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ 

(๖) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ 

(๗) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 

(๘) ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล 

(๙) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการเสนอชื่อ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท 

(๑๐) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือจากหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือเพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ 

(๑๑) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ 

(๑๒) ไม่เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 

(๑๓) ไม่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง 

9. ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการต้อง 

ก. ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ 

ข. ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ 

ค. ไม่ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหวังหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน 

ง. ถูกทุกข้อ 

ตอบ ง. ถูกทุกข้อ 

 มาตรา ๗ ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการต้อง 

(๑) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ 

(๒) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น หรือไม่เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจหรือของหน่วยงานของรัฐ 

(๓) ไม่ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกัน หรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใด 

เมื่อวุฒิสภาเลือกบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) โดยได้รับความยินยอมของผู้นั้น ผู้ได้รับเลือกจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อเมื่อได้ลาออกจากการเป็นบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓) แล้ว ซึ่งต้องกระทำภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับเลือก แต่ถ้าผู้นั้นมิได้ลาออกภายในเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการ และให้ดำเนินการสรรหาและเลือกกรรมการใหม่แทน 

10. บุคคลใดต่อไปนี้ที่สามารถเป็นคณะกรรมการสรรหากรรมการได้ 

ก. รองประธานศาลฎีกา ข. รองประธานศาลปกครองสูงสุด 

ค. อัยการสูงสุด ง. ทนายความ 

ตอบ ค. อัยการสูงสุด 

 มาตรา ๘ การสรรหาและการเลือกกรรมการให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 

(๑) ให้มีคณะกรรมการสรรหากรรมการประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด นายกสภาทนายความ อธิการบดีหรือผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคลแห่งละหนึ่งคนซึ่งเลือกกันเองให้เหลือห้าคน ผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรา ๒๔ แห่งละหนึ่งคนซึ่งเลือกกันเองให้เหลือสิบคน ผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคละหนึ่งคนซึ่งเลือกกันเองให้เหลือห้าคน ผู้แทนสื่อมวลชนในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ซึ่งเลือกกันเองกิจการละหนึ่งคนรวมเป็นสามคน และเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นเลขานุการ และให้คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่สรรหาและจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นกรรมการตามมาตรา ๕ จำนวนยี่สิบสองคน โดยต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของทั้งหญิงและชายเสนอต่อประธานวุฒิสภา โดยต้องเสนอพร้อมความยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อนั้น รวมทั้งเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ที่เหมาะสมกับการเป็นกรรมการ และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ ทั้งนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่มีเหตุทำให้ต้องมีการเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว มติในการเสนอชื่อต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการสรรหาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ 

(๒) ให้ประธานวุฒิสภาเรียกประชุมวุฒิสภาเพื่อมีมติเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อตาม (๑) ซึ่งต้องกระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ ในการนี้ให้ผู้ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด และมีคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภาตามลำดับเป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ แต่ถ้าไม่มีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการหรือมีผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการไม่ครบสิบเอ็ดคน ให้นำรายชื่อผู้ไม่ได้รับเลือกในคราวแรกนั้นมาให้สมาชิกวุฒิสภาออกเสียงลงคะแนนอีกครั้งหนึ่ง และในกรณีนี้ให้ถือว่าผู้ได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ถ้ามีผู้ได้คะแนนเสียงเท่ากันอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินสิบเอ็ดคน ให้ประธานวุฒิสภาจับสลากว่าผู้ใดเป็นผู้ได้รับเลือก ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดได้รับเลือกเป็นกรรมการ หรือได้รับเลือกเป็นกรรมการไม่ครบสิบเอ็ดคน ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาและจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลตาม (๑) เพื่อเสนอวุฒิสภาลงมติเลือกใหม่

ให้ผู้ได้รับเลือกตาม (๒) ประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ แล้วแจ้งผลให้ประธานวุฒิสภาทราบ และให้ประธานวุฒิสภานำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งต่อไป 

11. ใครเป็นผู้แต่งตั้งการดำรงตำแหน่งของกรรมการ 

ก. คณะกรรมการ ข. พระมหากษัตริย์ 

ค. ประธานกรรมการ ง. ประชาชน 

ตอบ ข. พระมหากษัตริย์ 

มาตรา ๑๐ กรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งหกปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว 

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่ 

เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เมื่อสิ้นสุดวาระของกรรมการชุดเดิม ให้ดำเนินการสรรหาและเลือกกรรมการชุดใหม่ก่อนครบวาระของกรรมการชุดเดิมเป็นระยะเวลาหกสิบวัน 

12. เมื่อสิ้นสุดวารุของกรรมการชุดเดิม ให้ดำเนินการสรรหาและเลือกกรรมการชุดใหม่ก่อนครบวาระของกรรมการชุดเดิมอย่างน้อยกี่วัน 

ก. สามสิบวัน ข. หกสิบวัน 

ค. เก้าสิบวัน ง. หนึ่งร้อยยี่สิบวัน 

ตอบ ข. หกสิบวัน 

 ดูคำอธิบายข้อข้างต้น 

13. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจะต้องมีจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าใดที่มีอยู่ของแต่ละสภา เพื่อมีสิทธิร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนกรรมการออกจากตำแหน่ง 

ก. หนึ่งในสาม ข. หนึ่งในสี่ 

ค. หนึ่งในห้า ง. หนึ่งในห้า 

ตอบ ข. หนึ่งในสี่ 

มาตรา ๑๑ สมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนกรรมการออกจากตำแหน่ง เพราะเหตุที่กรรมการนั้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของชาติและประชาชน หรือไม่เป็นกลางหรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องทางศีลธรรมจรรยาที่อาจมีผลกระทบหรือก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อการดำรงตำแหน่งหน้าที่ หรือต่อการส่งเสริมหรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชน หรือมีส่วนได้เสียในกิจการหรือธุรกิจใดๆ ที่อาจมีผลกระทบโดยตรงหรือก่อให้เกิดความเสียหายทำนองเดียวกัน หรือมีหรือเคยมีพฤติการณ์ในการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง 

มติของวุฒิสภาตามวรรคหนึ่งต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา 

14. นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการสามารถพ้นจากตำแหน่งได้ก็ต่อเมื่อ 

ก. ลาออก ข. ลาพักร้อนนานเกินที่กำหนดไว้ 

ค. มีเรื่องเชิงชู้สาว ง. ทะเลาะวิวาท 

ตอบ ก. ลาออก 

มาตรา ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ 

(๑) ตาย 

(๒) ลาออก 

(๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ 

(๔) กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗ 

(๕) วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๑ 

(๖) วุฒิสภามีมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 

เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้และให้ถือว่าคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ เว้นแต่มีกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงเจ็ดคน



จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทุกตำแหน่ง


รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมากส่งทางอีเมล์เป็นไฟเอกสาร



1.ข้อสอบเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(พ.ศ.2550)

2.แนวข้อสอบพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(พ.ศ.2542)

3.แนวข้อสอบระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ.2548

4.แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าเดินทางไปราชการ พ.ศ.2550

5.แนวข้อสอบระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วยราชการ  พ.ศ. 2553

6. ความรู้เฉพาะตำแหน่ง เช่น คอมพิวเตอร์บัญชี  นิติกร บริหารงานทั่วไป อื่น่


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ใหม่ล่าสุด

รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก 


ประกอบด้วย
ข้อสอบการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น _เฉลยละเอียด_
แนวข้อสอบ  พระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน  พ.ศ. ๒๕๔๒
แนวข้อสอบความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย
แนวข้อสอบระเบียบคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภาว่าด้วยพนักงานราชการ 2548
สรุปสาระสำคัญ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550
ข้อสอบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
ข้อสอบเฉพาะตำแหน่ง
- นักจัดการงานทั่วไป
- นักบัญชี
- นักทรัพยากรบุคคล
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน
- เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ


จำหน่ายไฟล์เอกสารแนวข้อสอบเอกสารติวข้อสอบ
ใหม่ล่าสุดที่กำลังเปิดสอบ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติวและเวลาไปหาซื้อหนังสือ 

เป็นไฟล์เอกสารส่งทาง e-mail สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลยในราคาเพียง ชุดละ399 บาท
ส่งทันทีรวดเร็ว ได้อ่านสอบเร็วไม่ต้องรอ รวบรวมจากหนังสือมากกว่าสิบเล่ม 
และรุ่นพี่ที่สอบได้จากสนามสอบจริง
รายละเอียดภายในไฟล์ประกอบด้วย แนวข้อสอบทุกวิชาที่ใช้สอบของแต่ละหน่วยงาน 
รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก พร้อมเฉลยยยยยยยยย


สนใจสั่งซื้อมาที่  [ 
081-871-5000 WhatsApp / Line,สำรอง 085-744-4488 ( ฺฺBB PIN : 27728843 ) ( face book : Luang Amway )
กรุณาชำระค่าสินค้าและบริการเลขที่บัญชี 466-2-22424-9 จักริน รุ่งกิจธนโชติ
ธ.กสิกรไทย สาขามิตรภาพ ขอนแก่น ออมทรัพย์
โอนเงินแล้วโทรแจ้ง ที่โทร 081-871-5000 
หรือแจ้งที่่ diamondclub@hotmail.com
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tutordata.net/


admin 2012-03-30 07:18

แนวข้อสอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทุกตำแหน่ง

สรุปแนวข้อสอบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ถาม      คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีกี่คน

ตอบ      คน  ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากผู้ซึ่งมีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้แทนจากองค์การเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนด้วย มีวาระการดำรงตำแหน่ง นับแต่วันที่ดำรงตำแหน่งและเป็นได้เพียงวาระเดียว

 

ถาม      คณะองคมนตรีมีจำนวนกี่คน

ตอบ      มีประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน

 

ถาม      การเลือกและแต่งตั้งประธานองคมนตรีหรือการให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ใครเป็นผู้ลงนาม

            รับสนองพระบรมราชโองการ

ตอบ      ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

 

ถาม      การเลือกและแต่งตั้งองคมนตรีหรือการให้องคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม

            ราชโองการ

ตอบ      ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

 

ถาม      ในกรณีพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุ

ใดก็ตาม ในการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ใครเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

ตอบ      ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

 

ถาม      ในกรณีที่พระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือในกรณีที่พระมหากษัตริย์ไม่

สามารถทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพราะยังไม่ทรงบรรลุนิติภาวะหรือเพราะเหตุอื่น  จะดำเนินการอย่างใดเพื่อให้การบริหารราชกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ตอบ      ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อผู้ใดผู้หนึ่งซึ่งสมควรดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อ

ขอความเห็นชอบ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศในพระปรมาภิไธย

พระมหากษัตริย์ แต่งตั้งผู้นั้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

 

ถาม      ในระหว่างที่ไม่มีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ใครเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ตอบ      ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

 

ถาม      ในระหว่างที่ประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ใครจะทำหน้าที่เป็นประธานองคมนตรีตอบ       ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีเป็นการชั่วคราวไปพลางก่อน

 

ถาม      รัฐมีหน้าที่จัดการศึกษาโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่ากี่ปี

ตอบ      12 ปี

 

ถาม      บุคคลประเภทใดบ้างที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการ หรือความช่วยเหลือจากรัฐ

ตอบ      ผู้มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ บุคคลวิกลจริต

และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ

 

ถาม      รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไรบ้าง

ตอบ      (๑) บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสำคัญ

 (๒) จัดระบบการบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ให้มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบที่ชัดเจนเหมาะสมแก่การพัฒนาประเทศ และสนับสนุนให้จังหวัดมีแผนและงบประมาณเพื่อพัฒนาจังหวัด เพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่

 (๓) กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจการของท้องถิ่นได้เอง ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ พัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่นและระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ตลอดทั้งโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในท้องถิ่น ให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกันทั่วประเทศ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในจังหวัดนั้น

 (๔) พัฒนาระบบงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงรูปแบบและวิธีการทำงาน เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการ

 (๕) จัดระบบงานราชการและงานของรัฐอย่างอื่น เพื่อให้การจัดทำและการให้บริการสาธารณะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน

(๖) ดำเนินการให้หน่วยงานทางกฎหมายที่มีหน้าที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐตามกฎหมายและตรวจสอบการตรากฎหมายของรัฐ ดำเนินการอย่างเป็นอิสระ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปตามหลักนิติธรรม

 (๗) จัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งจัดให้มีสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเป็นอิสระ เพื่อติดตามสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

 (๘) ดำเนินการให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม

 

ถาม      ใครเป็นประธานรัฐสภา

ตอบ      ประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

ถาม      กรณีการเข้าชื่อเพื่อร้องขอให้สมาชิกภาพของสมาชิกคนใดคนหนึ่งแห่งสภานั้นสิ้นสุดลง สมาชิกสภา

            ต้องเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่าจำนวนเท่าใด

ตอบ      ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา โดยเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกว่าสมาชิกภาพ และให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกผู้นั้นสิ้นสุดลงหรือไม่

 

ถาม      สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนเท่าใด

ตอบ      480 คน  แยกเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 คน และแบบสัดส่วนจำนวน 80 คน

 

ถาม      ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใดๆ ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึง 480 คน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ  95 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ให้ถือว่าสมาชิกจำนวนนั้นประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ครบจำนวนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ภายในกี่วัน

ตอบ      180 วันและให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่



เวอร์ชันเต็ม: [-- แนวข้อสอบสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน​แห่งชาติ 2555 --] [-- top --]


Powered by PHPWind v7.5 SP3 Code ©2003-2010 PHPWind
Time 0.169639 second(s),query:2 Gzip enabled

You can contact us